ปัญหาสุขภาพจิตของแม่เลี้ยงเดี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อลูก

แม่เลี้ยงเดี่ยว

การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือที่เรียกกันว่า “Single Mom” ย่อมหมายถึงชีวิตคู่ที่สิ้นสุดลง โดยมีคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงดูลูกตามลำพัง แต่การดูแลเด็กเพียงฝ่ายเดียวในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเช่นกัน ทำให้แม่เลี้ยงเดี่ยวส่วนหนึ่งประสบปัญหาภาวะเครียดสะสมจนถึงกับต้องปรึกษาจิตแพทย์

การแบ่งช่วงปัญหาสุขภาพจิตของแม่เลี้ยงเดี่ยว

  1. ก่อนการหย่าร้าง ทุกคนย่อมปรารถนาที่จะมีชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข แต่เมื่อถึงวันหนึ่งที่ต้องตัดสินใจว่าจะเดินต่อไปด้วยกัน หรือเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ของการเป็นครอบครัว จะก่อให้เกิดความเครียดขั้นแรก
  2. กำลังจะหย่าร้าง หากตัดสินใจที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว ความเครียดต่อมาคือก่อนจะไปจดทะเบียนหย่าหรือแยกทางกัน จะแบ่งสินสมรสและบ้านอย่างไร การตกลงค่าเลี้ยงดูบุตร
  3. หลังการหย่าร้าง ถ้าการยุติความเป็นครอบครัวนั้นจบลงด้วยดีก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่คู่ที่แยกทางด้วยการทะเลาะกันมาก แน่นอนว่าความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตต่างๆ จะทำให้ปรับตัวหลังเลิกใช้ชีวิตคู่ได้ยาก
  4. คุณแม่วัยใส มักจะเป็นปัญหาความเครียดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีอายุน้อยๆ ซึ่งยังอยู่ในวัยเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการใช้ชีวิตคู่

ความกังวลใจของแม่เลี้ยงเดี่ยว

                ส่วนใหญ่ของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มาปรึกษาจิตแพทย์ ก็คือความกังวลใจเกี่ยวกับการแยกทางนั้นจะมีผลกระทบต่อลูกหรือไม่ และนับหลังจากนี้ควรต้องเลี้ยงดูบุตรอย่างไร อีกทั้งหากลูกมีปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดจากการหย่าร้างของพ่อแม่ จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะดีที่สุด

                ปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยๆ ในแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกส่วนหนึ่งคือมีความหวาดกลัวเกี่ยวกับอนาคตของลูก การบริหารจัดการเวลาเลี้ยงดูบุตร รวมทั้งเงินที่ใช้ในการดูแลบุตร ทำให้เกิดภาวะเครียด ซึมเศร้า และอารมณ์ต่างๆ ในทางลบ หรือแม้แต่ลูกก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน ทั้งความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่เหมือนแต่ก่อน และรู้สึกด้อยที่มีไม่เหมือนเพื่อน

แม่เลี้ยงเดี่ยว

ทางออกในการแก้ปัญหาทางสุขภาพจิตของแม่เลี้ยงเดี่ยว

                สิ่งที่ต้องการของแม่เลี้ยงเดี่ยวคือความมั่นใจนั่นเอง ถ้าแม่มีจิตใจที่มั่นคงและเข้มแข็ง ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆ ทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า โทษตัวเองหรือโทษอีกฝ่าย แต่ยอมรับสภาพชีวิตคู่ที่ล้มเหลวแล้วมองก้าวไปข้างหน้า เพื่อวางแผนอนาคตชีวิตตนเองกับลูก โดยให้ความรักและความเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ให้การศึกษาที่ดีแก่เขาอย่างเต็มที่ จะช่วยให้เด็กสามารถผลักดันตัวเองด้วยการเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง ก็จะมีความสุขและเติบโตอย่างคนปกติโดยไม่รู้สึกว่าขาดอะไร

                สิ่งที่แม่เลี้ยงเดี่ยวควรพึงระลึกไว้เสมอก็คือความมั่นคงของตัวเอง เพราะลูกสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงจิตใจของคนเป็นแม่ สุขภาพจิตที่ดีย่อมส่งผลให้ลูกได้รับพลังด้านบวกที่ดีไปด้วย ดังนั้นอย่าปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความทุกข์นาน แต่มองถึงอนาคตข้างหน้ากับวันที่สดใสของลูกดีกว่าค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *